Wednesday, April 9, 2025

โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

 2/4/2025

หัวข้อสัมมนาในครั้งนี้มีชื่อว่า โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

Gen Z หมายถึง คนที่เกิดในช่วงปี 2540-2555 เป็นยุคที่เติบโตมาด้วยโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี และเป็นโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เด็กรุ่นใหม่นั้นจึงมีความเฉลียวฉลาดในการใช้เทคโนโลยี การใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางดิจิทัล 


คุณครู GEN Z ทื่ต้องมี

1.มีความรู้ในด้านเทคโนโลยี การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการจัดการเรียนรู้

2.มีความคิดสร้างสรรค์ สิ่อและกิจกรรมนั้นเป็นตัวสำคัญที่จะดึงดูดการเรียนรู้ของเด็ก การใช้สื่อที่ใหม่และทันสมัย ไม่ตกเทรนด์นั้น จะช่วยให้เด็กมีความตื่นเต้น และเรียนรู้ได้อย่างถาวร

3.ทันสมัย เข้าใจโลกในยุคปัจจุบัน ไม่หัวโบราณ ยึดติดแต่กับอะไรเดิมๆ

4.รู้เท่าทันโลก โลกาภิวัฒน์ ในด้านข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงสำคัญในโลก คุณครูควรจะต้องรับรู้ไว้เพื่อเป็นไอเดียในการจัดการเรียนการสอน

5.เปิดรับความหลากหลาย ความแตกต่างที่เปลี่ยนไปนั้นส่งผลกับความคิด และการกระทำของเด็ก เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา


ประโยชน์ของแนวคิด Gen Z สร้างสรรค์กับเด็กปฐมวัย

1.ดึงดูดความสนใจเด็กในยุคใหม่ที่คุ้นกับหน้าจอ

2.เชื่อมโยงโลกความจริงกับโลกเสมือนอย่างสมดุล

3.เสริมพัฒนาการรอบด้านผ่านกิจกรรมที่ ทันสมัยแต่เหมาะสม

4.เพิ่มบทบาทของผู้ปกครองให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

5.ทำให้การเรียนรู้สนุกและไม่จำเจ


การนำไปใช้

1.ออกแบบการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย 

2.จัดแบบสื่อที่มีความน่าสนใจ

3.สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเป็นบางครั้ง ไม่ควรให้เด็กอยู่ที่หน้าจอมากเกินไป

4.ออกแบบการเรียนรู้ที่ไม่ละทิ้งวัฒนธรรมไทย

5.การถ่ายรูป อัดคลิปตอนที่เด็กๆ ทำกิจกรรม เพื่อเป็นสารนิทัศน์ของเด็กแต่ละคน

โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิก

 2/4/2025

การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นสัมมนาที่มีชื่อว่า โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิค

เป็นการสร้างผลงาน 3 มิติในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ 3 มิติ (3D Modeling) เป็นวิธีการออกแบบวัตถุที่สามารถแสดงผลได้จากทุกมุมมอง ไม่ว่าจะด้านหน้า ด้านบน หรือด้านเฉียงก็ตาม

และในกิจกรรมนี้ เราได้ให้เพื่อนๆ ใช้เทคโนโลยี chat gpt เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบไอเดียในการปั้น การใช้คำสั่งกับ AI เพื่อให้ได้ภาพที่เราต้องการออกมา แล้วทีนี้เราก็นำภาพที่ได้มานั้น มาปั้นโดยการใช้ดินน้ำมัน


ประโยชน์ของกิจกรรม 3 มิติต่อพัฒนาการเด็ก

พัฒนาการทางกายภาพ : การปั้นนั้นส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก ในการบีบ นวด ต่อ ผลงาน

-ทางสติปัญญา ออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน เรียนรู้ร่วมกับการใช้ chat gpt การได้เรียนรุ้เรื่องรูปร่าง พื้นผิว มิติ ของชิ้นงาน

-ทางอารมณ์ เด็กได้มีความรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง

-ทางสังคม ได้มีการปั้น ได้ออกแบบไอเดียร่วมกับเพื่อน


การนำไปใช้

1.ส่งเสริมทักษะ EF  ในการจดจ่อ การวางแผน และการควบคุมตนเอง

2.ใช้เทคโนโลยีในการให้เด็กได้รับรู้สิ่งใหม่ๆ การทำงานผ่านโปรแกรม

3.ส่งเสริมทักษะรอบด้าน

4.ส่งเสริมการให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

โครงการสัมมนา CODING คิดได้ เล่นเป็น

 30/3/2025

วีคนี้เป็นการจัดสัมนารูปแบบ ออนไลน์เนื่องจากมีสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ประเทศไทยและกรุงเทพมหานครได้รับความรู้สึกสั่นไหว ทางมหาวิทยาลัยจึงประกาศปิดสถานศึกษาเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาทุกท่าน

หัวข้อในวันนี้เป็นหัวข้อที่มีชื่อว่า โครงการสัมมนา CODING คิดได้ เล่นเป็น

    โค้ด (Code): คำสั่งเป็นลำดับขั้น (Step-by-Step Instructions) ที่บอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง โดยจะมีวิธีการเขียนตามภาษาสำหรับเขียนโปรแกรม (Programming Language) ที่มี "หลักไวยากรณ์" แตกต่างกันออกไป ขึ้นกับการนำไปใช้

    การเล่นแบบโค้ดดิ้งนั้น จะช่วยให้เด็กฝึกทักษะทางด้านการวางแผน การทำงานเป็นลำดับขั้นตอนและการแก้ปัญหา พัฒนาทักษะการเรียงลำดับเหตุการณ์ การวิเคราะห์ และการใช้ภาษา


 Coding สำหรับเด็กอนุบาล 

ในวัยอนุบาล เด็ก ๆ จะเรียน Coding ในรูปแบบ Unplugged Coding เป็นการเรียนรู้แบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่เรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านสื่อที่เหมาะกับเด็กวัยอนุบาล เช่น กิจกรรมสนุก ๆ เกม นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง


- Coding เป็นการสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาจากโจทย์ง่าย ๆ ที่ตั้งไว้ เช่น จะพาหนูน้อยหมวกแดงเดินทางไปเส้นทางไหนที่ไม่ผ่านสวนดอกไม้และหมาป่า เด็ก ๆ จะได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา การวางแผนอย่างเป็นระบบ ผ่านการเขียนชุดคำสั่งเป็นโค้ด รหัส หรือสัญลักษณ์ง่าย ๆ เช่น ลูกศร หรือการใช้สีแทนค่าแทนคำตอบ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างโจทย์ง่าย ๆ ได้เพื่อให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเองและเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้


ประโยชน์ของโค้ดดิ้งในเด็กปฐมวัย

1.ส่งเสริมความคิดวิเคราะห์และคิดล่วงหน้า

2.พัฒนาความจำ การตั้งเป้าหมาย และวางแผน

3.ฝึกความยืดหยุ่นทางความคิด (Flexible Thinking)

4.สนับสนุนให้เด็กมีความกล้าที่จะลองผิดลองถูก

5.พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในกิจกรรมกลุ่ม


การนำไปใช้

1.ครูจัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบของโค้ดดิ้ง เพื่อกระตุ้นการคิดเชิงระบบของเด็ก

2.สนับสนุนให้เด็กลองผิดลองถูกด้วยตนเอง โดยที่ไม่เฉลย หรือช่วยเร็วมากเกินไป

3.ส่งเสริมเด็กในด้านการคิด ด้านการเรียงลำดับเหตุการณ์ กางวางแผน และการสื่อสาร



โครงการสัมมนา STEM FUN & LEARN สนุกคิดสนุกสร้าง

 19/3/2025

กลุ่มสัมมนาในวีคนี้ เป็นเรื่อง STEM FUN & LEARN สนุกคิดสนุกสร้าง

STEM คือการจัดการเรียนรู้แบบหลอมรวมกันของ 4 วิชา ได้แก่

S Science วิทยาศาสตร์

T Technology เทคโนโลยี

E Engineering วิศวกรรม

M Mathematics คณิตศาสตร์


ความสำคัญของ STEM ในระดับปฐมวัย

1.ปลูกฝังความอยากรู้อยากเห็นและความรักในการเรียนรู้

2.ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการแก้ปัญหา

3.พัฒนาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องต้น

4.เตรียมความพร้อมทางความคิดและทักษะสำหรับโลกอนาคตที่เน้นนวัตกรรม

5.สร้างนิสัยการทำงานแบบมีเหตุมีผล ทดลองจริง และไม่กลัวความล้มเหลว


ประโยชน์ของ STEM ต่อพัฒนาการของเด็ก

1.ทางสติปัญญา เด็กเรียนรู้การคิดเชิงระบบ การเปรียบเทียบ สังเกต ทดลอง

2.ทางภาษา เด็กได้อธิบายขั้นตอน ความคิด และผลลัพธ์

3.ทางสังคม เด็กเรียนรู้การทำงานร่วมกัน แบ่งปันความคิด

4.ทางอารมณ์ เด็กได้ฝึกความพยายาม การอดทน และภูมิใจในผลงานตนเอง

5.ทางร่างกาย เด็กใช้มือจับ วาง ต่อประกอบ ฝึกกล้ามเนื้อเล็ก


การนำไปใช้

    หลักของ STEM นั้นมีประโยชน์มากในการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สอน เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้เด็กได้มีพหุทางปัญญา และการทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการใช้เทคโนโลยีก็เป็นอีกข้อนึงที่เชื่อมโยงกับทักษะในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย


โครงการสัมมนา สารนิทัศน์ ประเมินเด็กได้จริงหรือ

 19/3/2025

สารนิทัศน์ คืออะไร?

    คือ การเขียนบันทึกพฤติกรรมหรือพัฒนาการของเด็กในรูปแบบการเล่าเรื่อง โดยครูจะเป็นคนสังเกตพฤติกรรมของเด็กในช่วงระหว่างการทำกิจกรรม เป็นการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เขียนออกมาในลักษณะของรายงานแบบคุณภาพ สารนิทัศน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินเด็กแบบรายบุคคล

ความสำคัญของสานิทัศน์

    เป็นการจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานหรือแสดงให้เห็นร่องรอยของ การเจริญ เติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่งหลักฐานและข้อมูลที่บันทึกเป็นระยะๆ จะเป็นข้อมูลอธิบายภาพเด็ก สามารถบ่งบอกถึงพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา


สารนิทัศน์นั้นแบ่งออกได้หลายประเภท

1.พอร์ตโฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น การเก็บชิ้นงานหรือภาพถ่ายเด็กขณะทำกิจกรรม มีการใช้แถบ บันทึก เสียง แถบบันทึกภาพแสดงให้ เห็นถึงความก้าวหน้าในงานที่เด็กทำ เป็นต้น 

2.การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ เช่น การสอนแบบโครงการ (Project Approach) สามารถให้สารนิทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและการสะท้อนตนเองของครู

3.การสังเกตและบันทึกพัฒนาการเด็ก เช่น ใช้แบบสังเกตพัฒนาการ การบันทึกสั้น เป็นต้น 

4.ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้ ความสามารถ ทักษะจิตนิสัยของเด็ก 


การนำไปใช้

1.นำไปใช้ในการประเมินเด็กอย่างครอบคลุม ได้เล่าถึงประสบการณ์และพัฒนาการที่เด็กได้รับ

2.การจัดการเรียนการสอนครบทุกองค์รวม การทำสารนิทัศน์นั้นจะช่วยให้เราได้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาอย่างไรบ้าง และมีส่วนไหนที่จะต้องปรับใช้ หรือเพิ่ม เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กแต่ละคนได้อย่างครอบคลุม


โครงการสัมมนา สร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช้ EF (Executive Functions) ไม่ได้แล้ว

 12/3/2025

EF Executive Functions คือกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้า มีผลต่อการวางแผน จัดระบบ ควบคุมพฤติกรรม ยืดหยุ่นทางความคิด และการจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย

แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ 3 ทักษะ ดังนี้
    กลุ่มทักษะพื้นฐาน
1. ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) การจำข้อมูล และจัดการกับข้อมูล คิดเชื่อมโยง
กับประสบการณ์เดิม และประมวลผลเพื่อนำไปใช้งานต่อ
2. การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) หยุดคิด และไตร่ตรองก่อนทำหรือพูด พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ และรู้จักรอ
3. การยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility) ปรับความคิดเมื่อเงื่อนไข หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป รู้จักคิดนอกกรอบ และเห็นวิธีการรวมทั้งโอกาสใหม่ๆ

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง
4. การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention) มีสมาธิต่อเนื่อง จดจ่อในสิ่งที่ทำ
5. การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) จัดการกับอารมณ์ และแสดงออกได้อย่าง
เหมาะสม มีความมั่นคงทางอารมณ์
6. การติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring) รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ทบทวนการกระทำ
และสะท้อนผลการกระทำของตัวเองได้ แก้ไขเมื่อพบข้อบกพร่อง

กลุ่มทักษะการปฏิบัติ
7. การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) มีความคิดริเริ่ม คิดนอกกรอบได้ ตัดสินใจลงมือทำ
ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครเตือน
8. การวางแผนและจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing) ตั้งเป้าหมาย วางแผน
เป็นขั้นตอน จัดลำดับความสำคัญ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
9. การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) มีแรงจูงใจ และความพยายามเพื่อทำตาม
เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ มีความมุ่งมั่น อดทนต่อความยากลำบากได้

ทักษะสมอง EF เป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะสมอง EF คือช่วงวัยปฐมวัย 3 – 6 ปี สำหรับการพัฒนาทักษะสมอง EF ในวัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จด้านการเรียน เพราะเด็กใช้ทักษะนี้เพื่อจดจำเนื้อหาที่เรียน ทำตามคำสั่ง
ได้ต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงต่อสิ่งเร้าที่จะทำให้วอกแวกกับการเรียน ปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
กฎระเบียบ แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เหมาะสม ควบคุมอารมณ์ของตนเอง และทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลายาวนานได้ นอกจากเรื่องการเรียนแล้วยังช่วยเรื่องสังคม เช่น การทำงานเป็นกลุ่ม ความเป็นผู้นำ กล้าคิดตัดสินใจ ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และทำงานจนบรรลุเป้าหมาย

เพลง EF ของอาจารย์ดร.จินตนา สุขสำราญ

ทักษะ ทักษะพื้นฐาน เรื่องราวเล่าขานความจำเพื่อใช้งาน    

ตรึงตรงช้ำใจนานนาน (ซ้ำ) ยืดหยุ่นสำราญคิดนอกกรอบเอย (ซ้ำ)

จดจ่อ สมาธิมั่น ควบคุมนั้นหนาอารมณ์ตนเอง


ทบทวน ทบทวน โดยพลัน (ซ้ำ) อย่าหุนหันปรับแก้ให้ดี (ซ้ำ)


คิดแล้วต้องลงมือ วางแผนนั้นหรือเพื่อดำเนินการ


พากเพียร พากเพียรจนชำนาญ (ซ้ำ) สุข..สราญบรรลุเป้าไปเลย (ซ้ำ)

"โครงการสัมมนา Unlock your English adventure"

 5/3/2025

หัวข้อสัมมนา ในครั้งนี้คือ Unlock your English adventure

    การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในยุคนี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในโลกที่กำลังพัฒนาอยู่คลอดเวลา การได้เรียนภาษาอังกฤษนั้นถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง และการเน้นไปที่ภาษากับเด็กในวัยนี้ เขาจะมีความคิดที่แตกแขนง และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษในเด็กปฐมวัย
  • การใช้ภาษาที่เด็กสามารถเข้าใจได้ ใช้ภาษาที่ง่ายและตรงไปตรงมา โดยสามารถใช้คำหรือประโยคที่เด็กสามารถจับใจความได้โดยไม่รู้สึกสับสน

  • การใช้การทำซ้ำ การทบทวนคำศัพท์หรือประโยคบ่อยๆ จะช่วยให้เด็กจดจำได้ดีขึ้น เช่น การทวนคำศัพท์จากกิจกรรมที่ทำในวันก่อนหน้า

  • การใช้คำถามที่กระตุ้นการคิด การตั้งคำถามที่ง่ายและกระตุ้นให้เด็กตอบในภาษาอังกฤษ เช่น "What color is this?" หรือ "How are you today?"

  • การให้โอกาสเด็กใช้ภาษา เด็กควรได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารบ้าง แม้จะเป็นเพียงการตอบคำถามง่ายๆ หรือพูดคำสั้นๆ ก็ตาม


การนำไปใช้ 
    เป็นการจัดการเรียนรู้แบบการเล่า การใช้นิทาน จะช่วยให้เด็กได้จดจำภาษาอังกฤษได้ดี รวมุึงการสร้างกิจกรรมเล็กๆ ที่ให้เด็กได้เปิดโอกาสในการตอบ ในการพูด สนทนากับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ

โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

 2/4/2025 หัวข้อสัมมนาในครั้งนี้มีชื่อว่า  โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ Gen Z หมายถึง คนที่เกิดในช่วงปี 2540-2555 เป็นยุคที...