Wednesday, April 9, 2025

โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

 2/4/2025

หัวข้อสัมมนาในครั้งนี้มีชื่อว่า โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

Gen Z หมายถึง คนที่เกิดในช่วงปี 2540-2555 เป็นยุคที่เติบโตมาด้วยโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี และเป็นโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เด็กรุ่นใหม่นั้นจึงมีความเฉลียวฉลาดในการใช้เทคโนโลยี การใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางดิจิทัล 


คุณครู GEN Z ทื่ต้องมี

1.มีความรู้ในด้านเทคโนโลยี การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการจัดการเรียนรู้

2.มีความคิดสร้างสรรค์ สิ่อและกิจกรรมนั้นเป็นตัวสำคัญที่จะดึงดูดการเรียนรู้ของเด็ก การใช้สื่อที่ใหม่และทันสมัย ไม่ตกเทรนด์นั้น จะช่วยให้เด็กมีความตื่นเต้น และเรียนรู้ได้อย่างถาวร

3.ทันสมัย เข้าใจโลกในยุคปัจจุบัน ไม่หัวโบราณ ยึดติดแต่กับอะไรเดิมๆ

4.รู้เท่าทันโลก โลกาภิวัฒน์ ในด้านข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงสำคัญในโลก คุณครูควรจะต้องรับรู้ไว้เพื่อเป็นไอเดียในการจัดการเรียนการสอน

5.เปิดรับความหลากหลาย ความแตกต่างที่เปลี่ยนไปนั้นส่งผลกับความคิด และการกระทำของเด็ก เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา


ประโยชน์ของแนวคิด Gen Z สร้างสรรค์กับเด็กปฐมวัย

1.ดึงดูดความสนใจเด็กในยุคใหม่ที่คุ้นกับหน้าจอ

2.เชื่อมโยงโลกความจริงกับโลกเสมือนอย่างสมดุล

3.เสริมพัฒนาการรอบด้านผ่านกิจกรรมที่ ทันสมัยแต่เหมาะสม

4.เพิ่มบทบาทของผู้ปกครองให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

5.ทำให้การเรียนรู้สนุกและไม่จำเจ


การนำไปใช้

1.ออกแบบการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย 

2.จัดแบบสื่อที่มีความน่าสนใจ

3.สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเป็นบางครั้ง ไม่ควรให้เด็กอยู่ที่หน้าจอมากเกินไป

4.ออกแบบการเรียนรู้ที่ไม่ละทิ้งวัฒนธรรมไทย

5.การถ่ายรูป อัดคลิปตอนที่เด็กๆ ทำกิจกรรม เพื่อเป็นสารนิทัศน์ของเด็กแต่ละคน

โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิก

 2/4/2025

การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นสัมมนาที่มีชื่อว่า โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิค

เป็นการสร้างผลงาน 3 มิติในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ 3 มิติ (3D Modeling) เป็นวิธีการออกแบบวัตถุที่สามารถแสดงผลได้จากทุกมุมมอง ไม่ว่าจะด้านหน้า ด้านบน หรือด้านเฉียงก็ตาม

และในกิจกรรมนี้ เราได้ให้เพื่อนๆ ใช้เทคโนโลยี chat gpt เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบไอเดียในการปั้น การใช้คำสั่งกับ AI เพื่อให้ได้ภาพที่เราต้องการออกมา แล้วทีนี้เราก็นำภาพที่ได้มานั้น มาปั้นโดยการใช้ดินน้ำมัน


ประโยชน์ของกิจกรรม 3 มิติต่อพัฒนาการเด็ก

พัฒนาการทางกายภาพ : การปั้นนั้นส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก ในการบีบ นวด ต่อ ผลงาน

-ทางสติปัญญา ออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน เรียนรู้ร่วมกับการใช้ chat gpt การได้เรียนรุ้เรื่องรูปร่าง พื้นผิว มิติ ของชิ้นงาน

-ทางอารมณ์ เด็กได้มีความรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง

-ทางสังคม ได้มีการปั้น ได้ออกแบบไอเดียร่วมกับเพื่อน


การนำไปใช้

1.ส่งเสริมทักษะ EF  ในการจดจ่อ การวางแผน และการควบคุมตนเอง

2.ใช้เทคโนโลยีในการให้เด็กได้รับรู้สิ่งใหม่ๆ การทำงานผ่านโปรแกรม

3.ส่งเสริมทักษะรอบด้าน

4.ส่งเสริมการให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

โครงการสัมมนา CODING คิดได้ เล่นเป็น

 30/3/2025

วีคนี้เป็นการจัดสัมนารูปแบบ ออนไลน์เนื่องจากมีสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ประเทศไทยและกรุงเทพมหานครได้รับความรู้สึกสั่นไหว ทางมหาวิทยาลัยจึงประกาศปิดสถานศึกษาเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาทุกท่าน

หัวข้อในวันนี้เป็นหัวข้อที่มีชื่อว่า โครงการสัมมนา CODING คิดได้ เล่นเป็น

    โค้ด (Code): คำสั่งเป็นลำดับขั้น (Step-by-Step Instructions) ที่บอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง โดยจะมีวิธีการเขียนตามภาษาสำหรับเขียนโปรแกรม (Programming Language) ที่มี "หลักไวยากรณ์" แตกต่างกันออกไป ขึ้นกับการนำไปใช้

    การเล่นแบบโค้ดดิ้งนั้น จะช่วยให้เด็กฝึกทักษะทางด้านการวางแผน การทำงานเป็นลำดับขั้นตอนและการแก้ปัญหา พัฒนาทักษะการเรียงลำดับเหตุการณ์ การวิเคราะห์ และการใช้ภาษา


 Coding สำหรับเด็กอนุบาล 

ในวัยอนุบาล เด็ก ๆ จะเรียน Coding ในรูปแบบ Unplugged Coding เป็นการเรียนรู้แบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่เรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านสื่อที่เหมาะกับเด็กวัยอนุบาล เช่น กิจกรรมสนุก ๆ เกม นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง


- Coding เป็นการสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาจากโจทย์ง่าย ๆ ที่ตั้งไว้ เช่น จะพาหนูน้อยหมวกแดงเดินทางไปเส้นทางไหนที่ไม่ผ่านสวนดอกไม้และหมาป่า เด็ก ๆ จะได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา การวางแผนอย่างเป็นระบบ ผ่านการเขียนชุดคำสั่งเป็นโค้ด รหัส หรือสัญลักษณ์ง่าย ๆ เช่น ลูกศร หรือการใช้สีแทนค่าแทนคำตอบ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างโจทย์ง่าย ๆ ได้เพื่อให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเองและเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้


ประโยชน์ของโค้ดดิ้งในเด็กปฐมวัย

1.ส่งเสริมความคิดวิเคราะห์และคิดล่วงหน้า

2.พัฒนาความจำ การตั้งเป้าหมาย และวางแผน

3.ฝึกความยืดหยุ่นทางความคิด (Flexible Thinking)

4.สนับสนุนให้เด็กมีความกล้าที่จะลองผิดลองถูก

5.พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในกิจกรรมกลุ่ม


การนำไปใช้

1.ครูจัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบของโค้ดดิ้ง เพื่อกระตุ้นการคิดเชิงระบบของเด็ก

2.สนับสนุนให้เด็กลองผิดลองถูกด้วยตนเอง โดยที่ไม่เฉลย หรือช่วยเร็วมากเกินไป

3.ส่งเสริมเด็กในด้านการคิด ด้านการเรียงลำดับเหตุการณ์ กางวางแผน และการสื่อสาร



โครงการสัมมนา STEM FUN & LEARN สนุกคิดสนุกสร้าง

 19/3/2025

กลุ่มสัมมนาในวีคนี้ เป็นเรื่อง STEM FUN & LEARN สนุกคิดสนุกสร้าง

STEM คือการจัดการเรียนรู้แบบหลอมรวมกันของ 4 วิชา ได้แก่

S Science วิทยาศาสตร์

T Technology เทคโนโลยี

E Engineering วิศวกรรม

M Mathematics คณิตศาสตร์


ความสำคัญของ STEM ในระดับปฐมวัย

1.ปลูกฝังความอยากรู้อยากเห็นและความรักในการเรียนรู้

2.ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการแก้ปัญหา

3.พัฒนาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องต้น

4.เตรียมความพร้อมทางความคิดและทักษะสำหรับโลกอนาคตที่เน้นนวัตกรรม

5.สร้างนิสัยการทำงานแบบมีเหตุมีผล ทดลองจริง และไม่กลัวความล้มเหลว


ประโยชน์ของ STEM ต่อพัฒนาการของเด็ก

1.ทางสติปัญญา เด็กเรียนรู้การคิดเชิงระบบ การเปรียบเทียบ สังเกต ทดลอง

2.ทางภาษา เด็กได้อธิบายขั้นตอน ความคิด และผลลัพธ์

3.ทางสังคม เด็กเรียนรู้การทำงานร่วมกัน แบ่งปันความคิด

4.ทางอารมณ์ เด็กได้ฝึกความพยายาม การอดทน และภูมิใจในผลงานตนเอง

5.ทางร่างกาย เด็กใช้มือจับ วาง ต่อประกอบ ฝึกกล้ามเนื้อเล็ก


การนำไปใช้

    หลักของ STEM นั้นมีประโยชน์มากในการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สอน เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้เด็กได้มีพหุทางปัญญา และการทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการใช้เทคโนโลยีก็เป็นอีกข้อนึงที่เชื่อมโยงกับทักษะในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย


โครงการสัมมนา สารนิทัศน์ ประเมินเด็กได้จริงหรือ

 19/3/2025

สารนิทัศน์ คืออะไร?

    คือ การเขียนบันทึกพฤติกรรมหรือพัฒนาการของเด็กในรูปแบบการเล่าเรื่อง โดยครูจะเป็นคนสังเกตพฤติกรรมของเด็กในช่วงระหว่างการทำกิจกรรม เป็นการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เขียนออกมาในลักษณะของรายงานแบบคุณภาพ สารนิทัศน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินเด็กแบบรายบุคคล

ความสำคัญของสานิทัศน์

    เป็นการจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานหรือแสดงให้เห็นร่องรอยของ การเจริญ เติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่งหลักฐานและข้อมูลที่บันทึกเป็นระยะๆ จะเป็นข้อมูลอธิบายภาพเด็ก สามารถบ่งบอกถึงพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา


สารนิทัศน์นั้นแบ่งออกได้หลายประเภท

1.พอร์ตโฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น การเก็บชิ้นงานหรือภาพถ่ายเด็กขณะทำกิจกรรม มีการใช้แถบ บันทึก เสียง แถบบันทึกภาพแสดงให้ เห็นถึงความก้าวหน้าในงานที่เด็กทำ เป็นต้น 

2.การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ เช่น การสอนแบบโครงการ (Project Approach) สามารถให้สารนิทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและการสะท้อนตนเองของครู

3.การสังเกตและบันทึกพัฒนาการเด็ก เช่น ใช้แบบสังเกตพัฒนาการ การบันทึกสั้น เป็นต้น 

4.ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้ ความสามารถ ทักษะจิตนิสัยของเด็ก 


การนำไปใช้

1.นำไปใช้ในการประเมินเด็กอย่างครอบคลุม ได้เล่าถึงประสบการณ์และพัฒนาการที่เด็กได้รับ

2.การจัดการเรียนการสอนครบทุกองค์รวม การทำสารนิทัศน์นั้นจะช่วยให้เราได้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาอย่างไรบ้าง และมีส่วนไหนที่จะต้องปรับใช้ หรือเพิ่ม เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กแต่ละคนได้อย่างครอบคลุม


โครงการสัมมนา สร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช้ EF (Executive Functions) ไม่ได้แล้ว

 12/3/2025

EF Executive Functions คือกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้า มีผลต่อการวางแผน จัดระบบ ควบคุมพฤติกรรม ยืดหยุ่นทางความคิด และการจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย

แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ 3 ทักษะ ดังนี้
    กลุ่มทักษะพื้นฐาน
1. ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) การจำข้อมูล และจัดการกับข้อมูล คิดเชื่อมโยง
กับประสบการณ์เดิม และประมวลผลเพื่อนำไปใช้งานต่อ
2. การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) หยุดคิด และไตร่ตรองก่อนทำหรือพูด พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ และรู้จักรอ
3. การยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility) ปรับความคิดเมื่อเงื่อนไข หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป รู้จักคิดนอกกรอบ และเห็นวิธีการรวมทั้งโอกาสใหม่ๆ

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง
4. การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention) มีสมาธิต่อเนื่อง จดจ่อในสิ่งที่ทำ
5. การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) จัดการกับอารมณ์ และแสดงออกได้อย่าง
เหมาะสม มีความมั่นคงทางอารมณ์
6. การติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring) รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ทบทวนการกระทำ
และสะท้อนผลการกระทำของตัวเองได้ แก้ไขเมื่อพบข้อบกพร่อง

กลุ่มทักษะการปฏิบัติ
7. การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) มีความคิดริเริ่ม คิดนอกกรอบได้ ตัดสินใจลงมือทำ
ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครเตือน
8. การวางแผนและจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing) ตั้งเป้าหมาย วางแผน
เป็นขั้นตอน จัดลำดับความสำคัญ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
9. การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) มีแรงจูงใจ และความพยายามเพื่อทำตาม
เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ มีความมุ่งมั่น อดทนต่อความยากลำบากได้

ทักษะสมอง EF เป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะสมอง EF คือช่วงวัยปฐมวัย 3 – 6 ปี สำหรับการพัฒนาทักษะสมอง EF ในวัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จด้านการเรียน เพราะเด็กใช้ทักษะนี้เพื่อจดจำเนื้อหาที่เรียน ทำตามคำสั่ง
ได้ต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงต่อสิ่งเร้าที่จะทำให้วอกแวกกับการเรียน ปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
กฎระเบียบ แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เหมาะสม ควบคุมอารมณ์ของตนเอง และทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลายาวนานได้ นอกจากเรื่องการเรียนแล้วยังช่วยเรื่องสังคม เช่น การทำงานเป็นกลุ่ม ความเป็นผู้นำ กล้าคิดตัดสินใจ ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และทำงานจนบรรลุเป้าหมาย

เพลง EF ของอาจารย์ดร.จินตนา สุขสำราญ

ทักษะ ทักษะพื้นฐาน เรื่องราวเล่าขานความจำเพื่อใช้งาน    

ตรึงตรงช้ำใจนานนาน (ซ้ำ) ยืดหยุ่นสำราญคิดนอกกรอบเอย (ซ้ำ)

จดจ่อ สมาธิมั่น ควบคุมนั้นหนาอารมณ์ตนเอง


ทบทวน ทบทวน โดยพลัน (ซ้ำ) อย่าหุนหันปรับแก้ให้ดี (ซ้ำ)


คิดแล้วต้องลงมือ วางแผนนั้นหรือเพื่อดำเนินการ


พากเพียร พากเพียรจนชำนาญ (ซ้ำ) สุข..สราญบรรลุเป้าไปเลย (ซ้ำ)

"โครงการสัมมนา Unlock your English adventure"

 5/3/2025

หัวข้อสัมมนา ในครั้งนี้คือ Unlock your English adventure

    การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในยุคนี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในโลกที่กำลังพัฒนาอยู่คลอดเวลา การได้เรียนภาษาอังกฤษนั้นถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง และการเน้นไปที่ภาษากับเด็กในวัยนี้ เขาจะมีความคิดที่แตกแขนง และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษในเด็กปฐมวัย
  • การใช้ภาษาที่เด็กสามารถเข้าใจได้ ใช้ภาษาที่ง่ายและตรงไปตรงมา โดยสามารถใช้คำหรือประโยคที่เด็กสามารถจับใจความได้โดยไม่รู้สึกสับสน

  • การใช้การทำซ้ำ การทบทวนคำศัพท์หรือประโยคบ่อยๆ จะช่วยให้เด็กจดจำได้ดีขึ้น เช่น การทวนคำศัพท์จากกิจกรรมที่ทำในวันก่อนหน้า

  • การใช้คำถามที่กระตุ้นการคิด การตั้งคำถามที่ง่ายและกระตุ้นให้เด็กตอบในภาษาอังกฤษ เช่น "What color is this?" หรือ "How are you today?"

  • การให้โอกาสเด็กใช้ภาษา เด็กควรได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารบ้าง แม้จะเป็นเพียงการตอบคำถามง่ายๆ หรือพูดคำสั้นๆ ก็ตาม


การนำไปใช้ 
    เป็นการจัดการเรียนรู้แบบการเล่า การใช้นิทาน จะช่วยให้เด็กได้จดจำภาษาอังกฤษได้ดี รวมุึงการสร้างกิจกรรมเล็กๆ ที่ให้เด็กได้เปิดโอกาสในการตอบ ในการพูด สนทนากับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ

สัมมนาใหญ่ "การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ทักษะการคิด แก้ปัญหาและประยุต์ใช้ข้อมูลเป็นฐาน"

 2/3/2025

หัวข้อสัมมนาใหญ่ในครั้งนี้ คือ  "การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ทักษะการคิด แก้ปัญหาและประยุกต์ใช้ข้อมูลเป็นฐาน"

ทักษะการคิดแก้ปัญหา คือ ความสามารถของเด็กในการหาวิธีหรือแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทาย หรือแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด โดยใช้ความคิด การสังเกต และการปฏิบัติ

การใช้ข้อมูลเป็นฐาน คือ การให้เด็กได้ใช้ประสบการณ์ตรงจากการสังเกต การทดลอง หรือการตั้งคำถาม

-สนับสนุนให้เด็กมีการคิดเอง ทดลองเอง 

-ตั้งคำถามกระตุ้น 

-ให้เด็กสะท้อนสิ่งที่สังเกตหรือทดลอง โดยใช้คำง่ายๆ เช่น หนูรู้ได้ยังไง มันเป็นมาอย่างไร

เทคนิคการประเมิน

1.สังเกตพฤติกรรมการแก้ปัญหา

2.ให้เด็กวาดรูปและพรีเซ้นโดยการเล่าเรื่องว่าทำอะไรมาเสนอ ได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้

3.บันทึกพัฒนาการจากการพูดคุย

การนำไปใช้

1.ด้านพัฒนาการสมองและความคิด ส่งเสริมให้เด็กใช้กระบวนการคิดเป็นลำดับ เรียนรู้ผ่านการเล่นที่มีเป้าหมาย และมีคำถามกระตุ้นความคิด

2.ด้านการเรียนรู้เชิงร่วมหรือร่วมมือ จัดกิจกรรมกลุ่มที่ให้เด็กต้องร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา เช่น การสร้างของเล่นจากวัสดุเหลือใช้ การซ่อมของเล่นด้วยกัน

3.ด้านทักษะการแก้ปัญหา การได้แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดโดยใช้ความคิด การสังเกตและการลงมือปฏิบัติ


โครงการสัมมนา ทดลองอย่างนักวิทย์ สนุกคิดกับวิทยาศาสตร์

 26/2/2025

หัวข้อสัมนาในครั้งนี้ โครงการสัมมนา ทดลองอย่างนักวิทย์ สนุกคิดกับวิทยาศาสตร์

    โครงการนี้เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ในเด็กปฐมวัย โดยให้เด็กได้ทดลองและสำรวจ ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นในเด็กในช่วงวัยที่มีการพัฒนาทางสมองอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

1.เสริมสร้างทักษะทางวิทยาศาสตร์ เด็กได้ทดลอง สังเกต การตั้งสมมติฐาน

2.กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

3.พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหา การมีประสบการณ์จริง

การนำไปใช้

การทดลองวิทยาศาสตร์นั้นเป็นการสร้างความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นของเด็กปฐมวัยได้ดีมาก มันจะเป้นเรื่องที่ดีหากเรามีการสอดแทรกการทดลองวิทยาศาสตร์เข้าไปในกิจกรรมการเรียนรู้ อาจจะไม่ใช่การทดลองสะทีเดียว การแก้ปัญหา puzzle ที่เชื่อมโยงวิชาวิทยาศาสตร์ก็ได้

โครงการสัมมนา แก้ปัญหาสร้างสรรค์ ไม่ตกเทรนด์

 19/2/2025

    หัวข้อสัมนาในอาทิตย์นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิดที่หลากหลายและสามารถหาทางออกในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนได้ โดยไม่ใช้แค่วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ 

ประโยชน์ของการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

1.พัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เด็กเรียนรู้วิธีการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจเพื่อเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

2.เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง เมื่อเด็กสามารถแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการของตนเอง จะทำให้เด็กมีความมั่นใจในการใช้ความคิดและทักษะของตน

3.พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม เมื่อเด็กทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหาจะช่วยเสริมสร้างทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การนำไปใช้

    ปัญหาในห้องเรียนนั้นแน่นอนว่าทุกคนจะต้องได้เจอ การได้เรียนรู้การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์นั้น จะทำให้เรามีทักษะในการแก้ปัญหามากขึ้น แถมเด็กจะได้ทำตามเราโดยวิธีอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย

โครงการสัมมนา Loose parts play สิ่งที่เด็กๆสร้างได้

 13/2/68

หัวข้อสัมนาในวันนี้คือ โครงการสัมนา Loose part play สิ่งที่เด็กๆ สร้างได้

 Loose part คือ วัตถุหรือวัสดุหลากหลายที่สามารถเคลื่อนย้าย จับคู่ จัดเรียง หรือ ดัดแปลงได้อย่างอิสระ ไม่มีรูปแบบตายตัว เพื่อส่งเสริมจินตนาการ การคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

ลักษณะ ของ loose part 

1.ไม่ระบุวิธีการเล่นชัดเจน เด็กจะได้เล่นได้อย่าางหลากหลาย ตามใจตนเอง

2.เคลื่อนย้ายและจัดวางใหม่ได้ เด็กสามารถจัดเรียงตามความคิดของตนเอง

3.ไม่มีถูกหรือผิด ไม่ปิดกั้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก

4.กระตุ้นประสาทสัมผัส

เป้าหมายของ Loose Parts Party

1.พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา

2.ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก

3.ส่งเสริมการทำงาน,เล่น ร่วมกับผู้อื่น

4.เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

5.ส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบ

ประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.ด้านร่างกาย ฝึกการควบคุมมือ ตา และกล้ามเนื้อ

2.ด้านสติปัญญา พัฒนาทักษะการสังเกต การวางแผน การทดลอง

3.ด้านอารมณ์ สร้างความภูมิใจและความมั่นใจในตนเอง

4.ด้านสังคม เรียนรู้การแบ่งปัน การเจรจา และการทำงานกลุ่ม

5..ด้านภาษา เด็กได้อธิบายสิ่งที่คิด หรือเล่าเรื่องสิ่งที่สร้าง


การนำไปใช้

เป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์อีกหนึ่งอนย่างที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนของเราได้ เพราะให้ทั้งพัฒนาทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย พัฒนาด้านวิชาคณิดศาสาตร์และวิทยาศาสตร์ พัฒนาเทคนิคการสอนของครูอีกด้วย

โครงการสัมมนา GPASS 5 STEP

 5/2/68

เป็นการนำเสนองานสัมมนาของกลุ่มแรก มีชื่อกลุ่มว่า GPASS 5 STEP
    
    GPASS 5 Step เป็นกระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการสอนโดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยเฉพาะในด้านการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมสำหรับนักเรียน

GPASS 5 STEP ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. Goal Setting การตั้งเป้าหมาย เป็นการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ในแต่ละกิจกรรมหรือบทเรียน

2. Preparation การเตรียมการ คือ การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น แผนการสอน สื่อการเรียนการสอน และกิจรกรมต่างๆ

3.Activities กิจกรรม คือ การนำกิจกรรมที่เตรียมไว้มาจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากการทำจริง กิจกรรมควรเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นความคิด และให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้

4.Assessment การประเมินผล คือ การประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กว่าพวกเขาเข้าใจหรือสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ประเมินเด้กได้ทั้งในระหว่างเรียนและหลังการเรียน

5.Reflection การสะท้อนผล การวิเคราะห์ผลการสอนและพิจารณาว่าสิ่งใดที่ทำให้การเรียนรู้เป็นไปได้ดีหรือไม่ดี โดยพิจารณาจากผลการประเมินผล การรับฟังความคิดเห็นจากเด็ก และการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของเด็ก

การนำไปใช้

เป็นการเตรียมการที่ดี เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และมีขั้นตอนที่ครูปฐมวัยทุกคนจะได้ทำ

ครั้งที่ 6

 เรียนออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อาจารย์มีการจัดการเรียนรู้ผ่านโปรแกรม Zoom

-นัดส่งเล่มโครงการสัมนา

-ทำเล่มโครงการให้เสร็จเรียบร้อย


ครั้งที่ 5

 16/1/2025

สิ่งที่ทำในวันนี้คือ

1.ติดตามความคืบหน้างานสัมนาของแต่ละกลุ่ม

2.สุ่มวงล้อเลือกวันจัดสัมนา

ได้ทักษะการทำงานเป็นระบบ ทำงานเป็นลำดับขั้นตอน และมีการปรึกษากับเพื่อนในกลุ่มและอาจารย์ที่ปรึกษา

ครั้งที่ 4

 9/1/2025

อาทิตย์นี้คืบหน้าเล่มโครงการสัมนา และไปทำให้เสร็จ ได้มีการปรึกษาหารือ และระดมความคิดของคนในกลุ่ม

ครั้งที่ 3

วีคนี้ อาจารย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสัมมนา 26/12/67


- ใช้เวลาในการจัด 1.30 นาที ในการจัดสัมมนาของแต่ละกลุ่ม

- ทำเล่มโครงการให้เรียบร้อย

- วันที่ 9 มกราคม ไม่ต้องเข้าคลาสแต่ให้ไปทำเล่มโครงการให้เสร็จ

- ขั้นตอนการสอนที่สามารถนำมาบูรณาการจัดได้ในหลายๆวิชา

ขั้นที่ 1 Introduction (ขั้นนำ)

ขั้นที่ 2 Expansion (ขั้นดำเนินการสอน)

ขั้นที่ 3 Consolidation (ขั้นขยายประสบการณ์)

ขั้นที่ 4 Review and Assessment (ขั้นทบทวนและประเมินผล)


พหุปัญญา (Multiple Intelligences) เป็นทฤษฎีของ Howard Gardner ที่เสนอว่ามนุษย์มีความฉลาดหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเชาวน์ปัญญา (IQ) แต่ครอบคลุม 8 ด้าน ได้แก่

1. ปัญญาด้านภาษา ความสามารถในการใช้ภาษา

2. ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ การคิดเชิงเหตุผลและแก้ปัญหา

3. ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ ความสามารถในการเข้าใจพื้นที่และภาพ

4. ปัญญาด้านร่างกาย การควบคุมร่างกายและการเคลื่อนไหว

5. ปัญญาด้านดนตรี ความสามารถในการเข้าใจและสร้างสรรค์เสียงดนตรี

6. ปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ เข้าใจและสื่อสารกับผู้อื่น

7. ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง เข้าใจอารมณ์และเป้าหมายของตนเอง

8. ปัญญาด้านธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


 

Monday, April 7, 2025

ครั้งที่ 2

 ความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอนในครั้งที่ 2 วันที่ 19/12/67

ความสำคัญในการเรียนวิชาการจัดสัมนาในการศึกษาปฐมวัย

1.ได้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ได้รับข้อมูลมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ร่วมกันกับเพื่อน

2.การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ให้เวลานักศึกษาในการร่วทกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา มีทักษะผู้นำผู้ตาม และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น

3.ทำให้ผู้เรียนมีความทันสมัย ไม่ตกเทรนด์

หัวข้อการสัมนา ความสำคัญของหัวข้อ

1.เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่เนื้อหา หัวข้อต้องมีความชัดเจน ให้ผู้ฟังรู้ว่า จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร

2.ดึงดูดผู้ฟังและน่าอ่าน ไม่สั้นไม่ยาวมากจนเกินไป มีความคล้องจองถึงเรื่องที่เราจะพูด

เทคนิคในการตั้งชื่อเรื่องหัวข้อในการสัมนา

1.เจาะจงและชัดเจน แน่นอนว่าเราต้องมีการตั้งชื่อเรื่องสักอย่างนึง ให้มีความชัดเจน เจาะจงถึงว่าเราจะทำในเรื่องอะไร หลีกเลี่ยงการตั้งหัวข้อแบบ กว้างๆ เดาไม่ถูกว่าจะไปทางในกันแน่

2.เชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ตกเทรนด์ เด็กมีความรู้เท่าทันโลก เนื้อหาน่าฟังมากกว่าเรื่องเก่าๆ

3.ใช้ภาษาชวนคำถาม ชวนให้ใช้ความคิด

4.สั้น กระชับ เข้าใจง่าย แต่ต้องสัมพันธ์กับเนื้อหา

ในตอนสุดท้ายให้ทุกคนในกลุ่มช่วยกันคิดเกี่ยวกับหัวข้อการสัมมนาที่เราจะจัดขึ้น

ครั้งที่ 1

 วันแรกของการเรียนการสอน อ.จ๋าให้ตกลงกันเรื่องเวลาที่จะต้องมาเรียน และบอกถึงข้อตกลงที่จะทำร่วมกัน การแต่งกายมาเรียนให้ใส่ชุดชมพูเสื้อยืดให้เหมือนกันทั้งหมด บอกคอร์สซิลิบัสเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเรียน สิ่งที่เราจะทำกันในเทอมนี้ อธิบายวัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย สิ่งที่เราควรจะได้เรียนรู้ในวิชานี้

ในวิชานี้เป็นวิชาการสัมนา จะมีให้ทำการทดลองสัมนากลุ่มร่วมกลับเพื่อนในห้อง จำนวน 5 คน 10 กลุ่ม ให้ทำการออกแบบกิจกรรมสัมนา ออกแบบการประเมิน 

สิ่งที่ได้รับในการเรียนรู้ในวันนี้

1.ได้รู้สิ่งที่จะต้องเรียนในเทอมนี้

2.ข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน

3.แนวทางการทำงาน ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง

คำศัพท์ที่ได้จากการเรียน

1.การสัมนา = Conference 

2.แนวทาง = Tracks 

3.ต้นทุน = Cost

4.การตีความ = Interpretation 

5.การแลกเปลี่ยน = Exchange 


โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

 2/4/2025 หัวข้อสัมมนาในครั้งนี้มีชื่อว่า  โครงการสัมมนา Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ Gen Z หมายถึง คนที่เกิดในช่วงปี 2540-2555 เป็นยุคที...